การทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้า การว่าจ้าง การร่วมลงทุน หรือการให้บริการ ล้วนต้องอาศัย “สัญญา” เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของคู่สัญญา
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการเจรจาธุรกิจ แต่กลับละเลยการตรวจสอบรายละเอียดของสัญญา ส่งผลให้เกิดข้อพิพาท เสียโอกาสทางธุรกิจ หรือแม้แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องในภายหลัง
บทความนี้รวบรวม 10 ข้อที่เจ้าของธุรกิจมักพลาดก่อนลงนามในสัญญา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ
ผู้ประกอบการหลายคนอ่านเฉพาะจำนวนเงินหรือหน้าสุดท้ายของสัญญา แต่ละเลยรายละเอียดสำคัญ เช่น ขอบเขตงาน ระยะเวลา สิทธิ หน้าที่ ค่าปรับ และเงื่อนไขการเลิกสัญญา
คำแนะนำ: ควรอ่านทุกหน้า ทุกข้อ และสอบถามทันทีหากพบข้อความที่ไม่เข้าใจ
ก่อนลงนาม ควรตรวจสอบว่าคู่สัญญาเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีตัวตนจริง และผู้ลงนามมีอำนาจลงนามแทนบริษัทหรือไม่
สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
การตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือการทำสัญญาที่อาจไม่มีผลผูกพัน
การใช้คำที่กว้างเกินไป เช่น “ดำเนินงานตามที่ตกลง” หรือ “ให้บริการตามความเหมาะสม” อาจก่อให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน
ควรระบุรายละเอียด เช่น
สัญญาควรระบุรายละเอียดเกี่ยวกับ
การกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนช่วยลดปัญหาการผิดนัดชำระเงินและข้อโต้แย้งในอนาคต
หลายสัญญาไม่ได้กำหนดว่า หากอีกฝ่ายผิดสัญญาจะสามารถยกเลิกสัญญาได้เมื่อใด และต้องดำเนินการอย่างไร
ควรระบุให้ชัดเจน เช่น
หากไม่มีเงื่อนไขเรื่องค่าปรับ การเรียกร้องค่าเสียหายในภายหลังอาจทำได้ยากขึ้น
ตัวอย่างกรณีที่ควรกำหนดไว้ เช่น
ข้อมูลลูกค้า สูตรการผลิต แผนธุรกิจ หรือข้อมูลทางการค้า ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ
การกำหนดเงื่อนไขรักษาความลับ (Confidentiality Clause) หรือการทำข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) จะช่วยลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
หากมีการออกแบบโลโก้ เว็บไซต์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ งานเขียน รูปภาพ หรือผลงานสร้างสรรค์อื่น ควรระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
การละเลยเรื่องนี้อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในผลงานภายหลัง
โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าต่างจังหวัดหรือคู่ค้าต่างประเทศ ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า
การกำหนดไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความยุ่งยากเมื่อเกิดข้อพิพาท
แม้สัญญาจะเป็นแบบฟอร์มมาตรฐาน แต่รายละเอียดบางประการอาจไม่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของคุณ
การให้ทนายความตรวจสอบก่อนลงนามสามารถช่วย
สัญญาไม่ใช่เพียงเอกสารที่ใช้ลงลายมือชื่อ แต่เป็นหลักฐานสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของคู่สัญญา การตรวจสอบรายละเอียดก่อนลงนามทุกครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หากคุณกำลังจะทำสัญญาซื้อขาย สัญญาจ้าง สัญญาร่วมลงทุน สัญญาเช่า หรือสัญญาทางธุรกิจประเภทอื่น การปรึกษาทนายความก่อนลงนามถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว
ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา
ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา
สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง