ทำงานในวันหยุด ได้ค่าจ้างกี่เท่า? สิทธิลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

การทำงานในวันหยุด เป็นเรื่องที่ลูกจ้างและนายจ้างควรเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะกฎหมายแรงงานกำหนดสิทธิเกี่ยวกับวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้โดยเฉพาะ

หลายคนอาจสงสัยว่า หากบริษัทให้มาทำงานในวันหยุด จะได้รับค่าจ้างเพิ่มเท่าไร? วันหยุดนักขัตฤกษ์กับวันหยุดประจำสัปดาห์แตกต่างกันอย่างไร? และนายจ้างสามารถให้พนักงานทำงานในวันหยุดได้ทุกกรณีหรือไม่?

1. วันหยุดตามกฎหมายแรงงานมีกี่ประเภท?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดวันหยุดสำคัญไว้ 3 ประเภท

1.1 วันหยุดประจำสัปดาห์ ตามมาตรา 28 โดยทั่วไปนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ และมีระยะห่างระหว่างวันหยุดไม่เกิน 6 วัน

ทั้งนี้ กฎหมายมีหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับงานบางประเภทที่อาจตกลงสะสมหรือเลื่อนวันหยุดได้

1.2 วันหยุดตามประเพณี ตามมาตรา 29 นายจ้างต้องประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติ

วันหยุดตามประเพณีอาจรวมถึงวันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญของชาติ หรือวันหยุดอื่นตามที่นายจ้างกำหนดภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย

1.3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามมาตรา 30 ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี

นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีร่วมกัน และอาจตกลงให้สะสมหรือเลื่อนวันหยุดได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

2. ทำงานในวันหยุด ได้ค่าจ้างกี่เท่า?

ตามมาตรา 62 กฎหมายกำหนดอัตราค่าทำงานในวันหยุดโดยแยกตามสิทธิในการได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดนั้น

กรณีที่ 1 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด

หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด และนายจ้างให้ทำงานในวันหยุดภายในเวลาทำงานปกติ

นายจ้างต้องจ่าย ค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

ตัวอย่าง:

ลูกจ้างได้รับค่าจ้างวันละ 800 บาท และมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้น

หากทำงานในวันหยุดเต็ม 8 ชั่วโมง จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มอย่างน้อย 800 บาท

เมื่อรวมกับค่าจ้างวันหยุดที่มีสิทธิได้รับอยู่แล้ว จะเท่ากับ 1,600 บาทสำหรับวันดังกล่าว

กรณีที่ 2 ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด

หากลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้น และมาทำงานภายในเวลาทำงานปกติ

นายจ้างต้องจ่าย ค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

ตัวอย่าง:

ลูกจ้างได้รับค่าจ้างวันละ 800 บาท แต่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้น

หากทำงานในวันหยุดเต็ม 8 ชั่วโมง จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 1,600 บาท

ข้อควรรู้: ลูกจ้างรายวันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดทุกประเภท ต้องพิจารณาประเภทวันหยุดและข้อยกเว้นตามกฎหมาย

3. ทำ OT ในวันหยุด ได้ค่าจ้างกี่เท่า?

ตามมาตรา 63 หากนายจ้างให้ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันหยุด นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำล่วงเวลา

ตัวอย่างการคำนวณ OT วันหยุด

สมมติว่าลูกจ้างมีอัตราค่าจ้างชั่วโมงละ 100 บาท

และทำงานล่วงเวลาในวันหยุด 2 ชั่วโมง

สูตรคำนวณ: ค่าจ้างต่อชั่วโมง × 3 × จำนวนชั่วโมง OT

100 × 3 × 2 = 600 บาท

ดังนั้น ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดอย่างน้อย 600 บาทสำหรับการทำ OT 2 ชั่วโมงดังกล่าว

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าลูกจ้างอยู่ในประเภทที่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามกฎหมายหรือไม่

 

4. ทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์ แตกต่างกันอย่างไร?

วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีเป็นวันหยุดคนละประเภท

แม้อัตราค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 62 จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันในการพิจารณาว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้นหรือไม่ แต่สิทธิในการได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

ลูกจ้างรายวันบางกรณีอาจไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ไม่ได้ทำงาน แต่ยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดตามประเพณีตามกฎหมาย

ดังนั้น การคำนวณค่าทำงานในวันหยุดจึงต้องตรวจสอบประเภทวันหยุดและสิทธิของลูกจ้างให้ถูกต้อง

 

5. นายจ้างสามารถให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้หรือไม่?

ตามมาตรา 25 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

โดยทั่วไป การทำงานในวันหยุดต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราว ๆ ไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นสำหรับงานหรือสถานการณ์บางประเภท เช่น งานที่มีลักษณะต้องทำติดต่อกัน หากหยุดจะเกิดความเสียหายแก่งาน หรือกรณีงานฉุกเฉินตามเงื่อนไขของกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีงานบางประเภทที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการในวันหยุดได้ภายใต้หลักเกณฑ์เฉพาะ

ดังนั้น นายจ้างไม่ควรถือว่าสามารถกำหนดให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้ทุกกรณีโดยไม่พิจารณาความยินยอมหรือข้อยกเว้นตามกฎหมาย

6. ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดและ OT หรือไม่?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 65 กำหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดสำหรับลูกจ้างบางประเภทตามเงื่อนไขของกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างที่มีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง อาจเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าเข้าข้อยกเว้นหรือไม่ ต้องดูอำนาจหน้าที่จริงของลูกจ้าง ไม่ใช่พิจารณาเพียงชื่อตำแหน่งงาน

 

7. หากนายจ้างไม่จ่ายค่าทำงานในวันหยุด ลูกจ้างควรทำอย่างไร?

หากลูกจ้างเห็นว่าไม่ได้รับค่าทำงานในวันหยุดหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามสิทธิ ควรดำเนินการดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบสิทธิของตนเอง ตรวจสอบประเภทวันหยุดและเงื่อนไขการจ้าง

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเวลาทำงาน ตรวจสอบวันและชั่วโมงที่ทำงานจริง

ขั้นตอนที่ 3 เก็บหลักฐาน เช่น ตารางทำงาน บันทึกเวลาเข้าออกงาน สลิปเงินเดือน และข้อความมอบหมายงาน

ขั้นตอนที่ 4 สอบถามนายจ้างหรือ HR เพื่อให้ตรวจสอบการคำนวณค่าจ้างและค่าล่วงเวลา

ขั้นตอนที่ 5 ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือพนักงานตรวจแรงงานเพื่อสอบถามและใช้สิทธิตามกฎหมาย


💡 สรุป ทำงานในวันหยุด ได้ค่าจ้างกี่เท่า?

การทำงานในวันหยุดเป็นเรื่องที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างควรเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง

ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของกฎหมายแรงงาน

  • ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด หากทำงานในวันหยุดภายในเวลาปกติ จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่า

  • ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด หากทำงานในวันหยุดภายในเวลาปกติ จะได้รับค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่า

  • ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุด จะได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาประเภทของลูกจ้าง ประเภทวันหยุด และข้อยกเว้นตามกฎหมายประกอบด้วย

การรู้สิทธิของตนเองจะช่วยให้ลูกจ้างสามารถตรวจสอบค่าตอบแทนได้อย่างถูกต้อง และช่วยให้นายจ้างบริหารจัดการการทำงานในวันหยุดได้อย่างสอดคล้องกับกฎหมาย

ปรึกษาปัญหาทางกฎหมายติดต่อเราได้ที่
📞 โทร : 062-652-4259 (ทนาย ดร.นิ้ง)
📱 LINE ID : @disavorabuthlaw
📩 สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง

©2026 Dr.Disavorabuth Law Office. All Rights Reserved.
ทำงานในวันหยุด ได้ค่าจ้างกี่เท่า? สิทธิลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน