หนังสือตักเตือนพนักงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีอะไรบ้าง?

หนังสือตักเตือนพนักงาน เป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ฝ่าย HR และนายจ้างควรจัดทำอย่างรอบคอบ เมื่อพบว่าลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของบริษัท

การออกหนังสือตักเตือนไม่ควรเป็นเพียงการเขียนว่า “พนักงานทำผิด” แต่ควรระบุข้อเท็จจริง เหตุการณ์ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และสิ่งที่ลูกจ้างควรปรับปรุงให้ชัดเจน

โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทอาจต้องนำหนังสือเตือนไปใช้ประกอบการดำเนินการตามกฎหมายแรงงานในอนาคต

 

หนังสือตักเตือน คืออะไร?

หนังสือตักเตือน คือเอกสารที่นายจ้างใช้แจ้งลูกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการกระทำหรือพฤติกรรมที่บริษัทเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน พร้อมแจ้งให้ลูกจ้างทราบและปรับปรุงการปฏิบัติงาน

ประเด็นสำคัญคือ หนังสือตักเตือนไม่ควรเขียนจากความรู้สึกหรือความคิดเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ควรยึดข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

 

กฎหมายเกี่ยวกับหนังสือตักเตือน

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119(4)

บทบัญญัติดังกล่าวกล่าวถึงกรณีลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว โดยมีข้อยกเว้นสำหรับกรณีที่ร้ายแรง ซึ่งนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือนก่อน

นอกจากนี้ มาตรา 119(4) ยังระบุว่า หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

ดังนั้น การจัดทำและจัดเก็บหนังสือเตือนจึงควรมีระบบที่ตรวจสอบวันที่เกิดเหตุ วันที่ออกเอกสาร และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน

หนังสือตักเตือนควรมีอะไรบ้าง?

แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มหนังสือตักเตือนตายตัว แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทควรจัดทำเอกสารให้มีข้อมูลเพียงพอที่จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและเกี่ยวข้องกับกฎหรือหน้าที่ใด

1. ชื่อและข้อมูลของลูกจ้าง

ระบุข้อมูลที่จำเป็น เช่น

    • ชื่อ-นามสกุล
    • ตำแหน่ง
    • แผนก
    • รหัสพนักงาน หากบริษัทมีระบบดังกล่าว

เพื่อให้ระบุได้ชัดเจนว่าหนังสือเตือนฉบับนั้นเกี่ยวข้องกับลูกจ้างรายใด

 

2. วันที่ออกหนังสือ

ควรระบุวันที่ออกหนังสืออย่างชัดเจน และควรแยกให้ชัดจาก วันที่เกิดเหตุ

เพราะตามมาตรา 119(4) ระยะเวลาของหนังสือเตือนผูกกับวันที่ลูกจ้างกระทำผิด

 

3. รายละเอียดข้อเท็จจริง

ส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของหนังสือตักเตือน

ควรอธิบายว่า

    • เกิดเหตุอะไร
    • เกิดขึ้นเมื่อใด
    • เกิดขึ้นที่ไหน
    • ลูกจ้างกระทำอะไร
    • มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใดเกี่ยวข้อง

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความกว้าง ๆ เช่น

“พนักงานมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม”

โดยไม่อธิบายว่าพฤติกรรมที่กล่าวถึงคืออะไร

การระบุข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนช่วยให้ลูกจ้างเข้าใจว่าบริษัทกำลังตักเตือนเรื่องใด และช่วยให้เอกสารมีความชัดเจนมากขึ้น

 

4. ระบุข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

หากการตักเตือนเกิดจากการฝ่าฝืนกฎของบริษัท ควรระบุให้ชัดว่าลูกจ้างฝ่าฝืนข้อใด

ตัวอย่างเช่น

    • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
    • ระเบียบการเข้างาน
    • นโยบายด้านการปฏิบัติงาน
    • คำสั่งของนายจ้าง
    • หน้าที่ตามตำแหน่งงาน

ทั้งนี้ ข้อบังคับหรือคำสั่งที่นำมาอ้างควรเป็นข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมตามองค์ประกอบของมาตรา 119(4)

 

5. ระบุสิ่งที่ต้องปรับปรุง

หนังสือตักเตือนควรทำให้ลูกจ้างเข้าใจว่า หลังจากได้รับหนังสือแล้วต้องปรับปรุงหรือปฏิบัติอย่างไร

ตัวอย่างเช่น

    • ปฏิบัติตามเวลาทำงาน
    • ปฏิบัติตามขั้นตอนของบริษัท
    • ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
    • ปฏิบัติตามนโยบายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ควรเขียนให้ตรงกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

 

6. ระบุผลของการกระทำผิดซ้ำอย่างเหมาะสม

บริษัทอาจแจ้งให้ลูกจ้างทราบว่า หากมีการกระทำผิดซ้ำ อาจมีการดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรใช้ข้อความที่รุนแรงหรือกำหนดผลทางกฎหมายแบบอัตโนมัติโดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริง

หนังสือตักเตือนมีอายุกี่ปี?

ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ ใบเตือนพนักงาน

ตามมาตรา 119(4) หนังสือเตือนมีผลบังคับได้ ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

ดังนั้น ต้องระวังความเข้าใจที่ว่า “หนังสือเตือนมีอายุหนึ่งปีนับจากวันที่ออกหนังสือ”

การนับตามตัวบทมาตรา 119(4) เชื่อมโยงกับ วันที่ลูกจ้างกระทำผิด

ตัวอย่าง

ลูกจ้างกระทำผิดวันที่ 1 มีนาคม

บริษัทออกหนังสือตักเตือนวันที่ 10 มีนาคม

วันที่ที่ควรนำมาพิจารณาเรื่องระยะเวลาตามมาตรา 119(4) คือ วันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่กระทำผิด ไม่ใช่วันที่ 10 มีนาคมซึ่งเป็นวันที่ออกหนังสือ

 

ต้องเตือนกี่ครั้งจึงเลิกจ้างได้?

กฎหมายไม่ได้กำหนดในมาตรา 119(4) ว่า ต้องออกหนังสือตักเตือนครบ 3 ครั้ง ก่อนจึงจะดำเนินการได้

ตัวบทใช้หลักว่ามีการตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว และหากเกิดการฝ่าฝืนซ้ำภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย จึงต้องพิจารณาว่าเข้าองค์ประกอบของมาตรา 119(4) หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีข้อบังคับหรือนโยบายภายในที่กำหนดขั้นตอนการลงโทษทางวินัยไว้อย่างชัดเจน HR ควรตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

ลูกจ้างไม่เซ็นรับหนังสือตักเตือนทำอย่างไร?

การที่ลูกจ้างไม่ลงลายมือชื่อรับเอกสารเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาตามข้อเท็จจริงและวิธีการดำเนินการของบริษัท

สิ่งสำคัญคือ HR ควรมีระบบบันทึกว่า

    • บริษัทได้แจ้งเรื่องใด
    • แจ้งเมื่อใด
    • ลูกจ้างได้รับทราบหรือมีโอกาสรับทราบอย่างไร
    • มีเอกสารหรือหลักฐานอะไรประกอบ

ไม่ควรสรุปแบบเหมารวมว่า “ไม่เซ็น = หนังสือเตือนไม่มีผล” หรือ “ไม่เซ็น = มีผลแน่นอน” โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

 

หนังสือตักเตือนแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยง?

❌ 1. ข้อความกว้างเกินไป เช่น “ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ” แต่ไม่ระบุว่าการกระทำใดเป็นปัญหา

❌ 2. ไม่มีข้อบังคับหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กล่าวเพียงว่าพนักงาน “ทำผิด” แต่ไม่ระบุว่าฝ่าฝืนกฎหรือหน้าที่ใด

❌ 3. ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับหลักฐาน หนังสือเตือนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนออกทุกครั้ง

❌ 4. ใช้กฎของบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้อง การอ้างข้อบังคับควรตรงกับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น

❌ 5. ใช้หนังสือเตือนเหมารวมทุกความผิด ควรพิจารณาว่าการกระทำครั้งใหม่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนที่เคยตักเตือนหรือไม่

 

Checklist สำหรับ HR ก่อนออกหนังสือตักเตือน

☐ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

☐ มีหลักฐานประกอบเพียงพอ

☐ ตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแล้ว

☐ ตรวจสอบระเบียบหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

☐ ระบุวัน เวลา และรายละเอียดเหตุการณ์ชัดเจน

☐ ระบุการกระทำที่ถูกตักเตือนอย่างตรงประเด็น

☐ ระบุสิ่งที่ลูกจ้างต้องปรับปรุง

☐ ตรวจสอบขั้นตอนทางวินัยของบริษัท

☐ ตรวจสอบหลักเกณฑ์ตามกฎหมายแรงงาน

☐ จัดเก็บเอกสารและหลักฐานอย่างเป็นระบบ


💡 สรุป หนังสือตักเตือนที่ดีควรเป็นอย่างไร?

หนังสือตักเตือนที่ดีควร “ชัดเจน ตรงข้อเท็จจริง มีหลักเกณฑ์รองรับ และตรวจสอบได้”

สำหรับนายจ้างและ HR ไม่ควรมองหนังสือตักเตือนเป็นเพียงเอกสารลงโทษ แต่ควรมองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารวินัยในการทำงาน

โดยเฉพาะเมื่อหนังสือเตือนอาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามมาตรา 119(4) จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการทุกครั้ง

วางระบบเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยให้การบริหารงานบุคคลมีความชัดเจนและตรวจสอบได้มากขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากเป็นกรณีพิพาทหรือกำลังพิจารณาลงโทษทางวินัย/เลิกจ้าง ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้บังคับกับผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ

ปรึกษาปัญหาทางกฎหมายติดต่อเราได้ที่
📞 โทร : 062-652-4259 (ทนาย ดร.นิ้ง)
📱 LINE ID : @disavorabuthlaw
📩 สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง

©2026 Dr.Disavorabuth Law Office. All Rights Reserved.
หนังสือตักเตือนพนักงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีอะไรบ้าง?