คดีแพ่ง อุทธรณ์ได้หรือไม่? รู้ก่อนยื่นอุทธรณ์ ต้องดูอะไรบ้าง

คดีแพ่ง อุทธรณ์ได้หรือไม่? เป็นคำถามที่พบได้บ่อยหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โดยเฉพาะฝ่ายที่แพ้คดีมักต้องการทราบว่าสามารถขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่

คำตอบคือ คดีแพ่งอาจอุทธรณ์ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคดีและทุกประเด็นจะสามารถอุทธรณ์ได้ทั้งหมด เพราะกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับประเภทของข้ออุทธรณ์ ทุนทรัพย์ ระยะเวลา และรูปแบบของการอุทธรณ์ไว้

 

คดีแพ่งอุทธรณ์ได้หรือไม่?

โดยหลัก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง คู่ความอาจใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ หากเป็นกรณีที่กฎหมายเปิดช่องให้สามารถอุทธรณ์ได้

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการถามว่า

“แพ้คดีแล้วอุทธรณ์ได้ไหม?”

แต่ควรถามต่อว่า

“จะอุทธรณ์ในประเด็นอะไร และกฎหมายอนุญาตให้อุทธรณ์ประเด็นนั้นหรือไม่?”

เพราะข้อจำกัดในการอุทธรณ์อาจแตกต่างกันระหว่าง ข้อเท็จจริง กับ ข้อกฎหมาย

 

1. อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง คืออะไร?

ข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีและการรับฟังพยานหลักฐาน เช่น

    • ใครเป็นผู้ทำสัญญา
    • ใครผิดสัญญา
    • มีการชำระเงินแล้วหรือไม่
    • พยานบุคคลของฝ่ายใดน่าเชื่อถือ
    • เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร
    • ความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่

การโต้แย้งว่า ศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานผิด หรือควรเชื่อพยานอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่า อาจเข้าลักษณะเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

2. ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท อุทธรณ์ได้หรือไม่?

ประเด็นนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 มีหลักว่า ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ ไม่เกิน 50,000 บาท จะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์ของมาตราดังกล่าว

ดังนั้น จึงไม่ควรอธิบายแบบสั้น ๆ ว่า

“คดีไม่เกิน 50,000 บาท อุทธรณ์ไม่ได้”

เพราะข้อความดังกล่าวอาจทำให้เข้าใจผิด

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ อุทธรณ์นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ และเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่

มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยว่า เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท การอุทธรณ์ที่เป็นการโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นย่อมเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามมาตรา 224

 

3. แล้ว “อุทธรณ์ข้อกฎหมาย” คืออะไร?

อุทธรณ์ข้อกฎหมาย คือการโต้แย้งว่า ศาลชั้นต้นใช้หรือตีความกฎหมายไม่ถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น

    • ศาลใช้บทกฎหมายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
    • ศาลตีความข้อสัญญาโดยขัดต่อหลักกฎหมาย
    • ศาลวินิจฉัยว่ามีสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งที่ข้อกฎหมายไม่เป็นเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม การเรียกข้ออุทธรณ์ว่าเป็น “ข้อกฎหมาย” เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องรับพิจารณาเสมอไป เพราะต้องตรวจเนื้อหาของอุทธรณ์จริง ๆ ว่าเป็นข้อกฎหมายหรือเป็นเพียงการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ถูกเรียกว่าเป็นข้อกฎหมาย

 

4. เขียนอุทธรณ์อย่างไร?

ป.วิ.พ. มาตรา 225 กำหนดว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในอุทธรณ์ ต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้ง และโดยหลักต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น

ดังนั้น การเขียนอุทธรณ์ควรระบุให้ชัดเจน เช่น

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าอะไร → เหตุใดจึงไม่ถูกต้อง → ข้อเท็จจริงหรือกฎหมายที่สนับสนุนคืออะไร → ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอย่างไร

การเขียนเพียงว่า

“โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา”

หรือ

“ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่เป็นธรรม”

โดยไม่แสดงเหตุผลหรือประเด็นที่โต้แย้งอย่างชัดเจน อาจไม่เพียงพอต่อการเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

แนวคำพิพากษาศาลฎีกายังย้ำว่า อุทธรณ์ต้องแสดงข้อโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัดเจนว่าไม่ถูกต้องอย่างไร และเพราะเหตุใด

ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วัน?

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 โดยหลัก การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือและ ยื่นต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง พร้อมดำเนินการเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น เมื่อได้รับทราบคำพิพากษาแล้ว ไม่ควรรอจนใกล้ครบกำหนด เพราะการคำนวณระยะเวลาและการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารอาจมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบ

 

เช็กก่อนยื่นอุทธรณ์คดีแพ่ง

ก่อนตัดสินใจอุทธรณ์ ควรตรวจสอบอย่างน้อย 6 ข้อ

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าอย่างไร
อ่านคำพิพากษาให้ครบว่าศาลวินิจฉัยประเด็นใดบ้าง

2. ต้องการอุทธรณ์ประเด็นใด
แยกให้ชัดว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย

3. ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์เท่าใด
อย่าดูเฉพาะจำนวนเงินตามคำฟ้อง ต้องพิจารณาว่าประเด็นใดถูกนำขึ้นอุทธรณ์และทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เป็นจำนวนเท่าใด

4. มีข้อจำกัดในการอุทธรณ์หรือไม่
โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับ ป.วิ.พ. มาตรา 224

5. ประเด็นดังกล่าวเคยยกขึ้นในศาลชั้นต้นหรือไม่
เพราะมาตรา 225 มีหลักเกี่ยวกับข้อที่ต้องยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น

6. ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาอุทธรณ์หรือไม่
โดยหลักคือ 1 เดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง

 

ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย

กรณีที่ 1

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 30,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ว่า

“ศาลชั้นต้นฟังพยานโจทก์ผิด พยานของจำเลยมีน้ำหนักมากกว่า”

ลักษณะนี้มีแนวโน้มเป็น อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และหากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท อาจติดข้อห้ามตามมาตรา 224

 

กรณีที่ 2

จำเลยโต้แย้งว่า

“แม้ข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นรับฟัง แต่ศาลนำบทกฎหมายมาปรับใช้ผิด”

กรณีนี้อาจเป็น ปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์และข้อจำกัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น จำนวนเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบได้ว่าคดีอุทธรณ์ได้หรือไม่ได้


💡 สรุป คดีแพ่งอุทธรณ์ได้หรือไม่?
โดยต้องพิจารณา
ประเภทของข้ออุทธรณ์ + ทุนทรัพย์ + ข้อจำกัดตามกฎหมาย + เนื้อหาของคำพิพากษา + ระยะเวลา
และประเด็นสำคัญที่ควรจำคือ

“ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท = อุทธรณ์ไม่ได้ทุกกรณี”

ไม่ควรสรุปแบบนี้

หลักที่ถูกต้องกว่า

ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท อาจมีข้อห้ามอุทธรณ์ใน “ปัญหาข้อเท็จจริง” ตามมาตรา 224 แต่ต้องพิจารณาข้อยกเว้นและลักษณะของข้ออุทธรณ์ด้วย
ปรึกษาปัญหาทางกฎหมายติดต่อเราได้ที่
📞 โทร : 062-652-4259 (ทนาย ดร.นิ้ง)
📱 LINE ID : @disavorabuthlaw
📩 สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง

©2026 Dr.Disavorabuth Law Office. All Rights Reserved.
คดีแพ่ง อุทธรณ์ได้หรือไม่? ต้องดูอะไรบ้างก่อนยื่นอุทธรณ์