การฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญ | ขั้นตอน เงื่อนไข เอกสาร และผลทางกฎหมาย

การฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญ คืออะไร?

เมื่อบุคคลหนึ่งหายไปเป็นเวลานานโดยไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อาจส่งผลกระทบต่อการจัดการทรัพย์สิน สิทธิในมรดก หนี้สิน หรือสถานะทางครอบครัว กฎหมายไทยจึงกำหนดให้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าบุคคลนั้นเป็น “บุคคลสาบสูญ” ได้ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

คำสั่งของศาลมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและสร้างความแน่นอนแก่ผู้เกี่ยวข้อง

 

บุคคลสาบสูญ คืออะไร?

บุคคลสาบสูญ คือ บุคคลที่หายไปและไม่มีข่าวคราวเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด จนไม่อาจทราบได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือถึงแก่ความตาย

ในกรณีดังกล่าว ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งแสดงสถานะของบุคคลนั้นตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดการทรัพย์สิน การเปิดมรดก และสิทธิหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ต้องหายไปนานแค่ไหนจึงยื่นคำร้องได้?

กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้แตกต่างกันตามลักษณะของการหายตัว ดังนี้

กรณีทั่วไป

หากบุคคลหายไปและไม่มีข่าวคราว ไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้

กรณีพิเศษ

หากบุคคลหายไปในเหตุการณ์ที่มีอันตรายต่อชีวิต เช่น

    • ภัยพิบัติ
    • สงคราม
    • เครื่องบินตก
    • เรืออับปาง
    • อุบัติเหตุร้ายแรง

กฎหมายอาจกำหนดระยะเวลาสั้นลง โดยทั่วไป ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่เหตุอันตรายนั้นสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ การนับระยะเวลาต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล?

ผู้มีส่วนได้เสียที่อาจยื่นคำร้อง ได้แก่

    • คู่สมรส
    • บุตร
    • บิดา มารดา
    • ทายาท
    • ญาติ
    • เจ้าหนี้
    • ผู้มีสิทธิในทรัพย์สินของผู้สูญหาย
    • บุคคลที่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายจากการหายไป

ผู้ยื่นคำร้องจะต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย

 

เอกสารที่ควรเตรียม

โดยทั่วไป เอกสารที่ใช้ประกอบคำร้อง ได้แก่

    • บัตรประชาชนของผู้ยื่นคำร้อง
    • ทะเบียนบ้าน
    • เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้สูญหาย
    • หลักฐานเกี่ยวกับการหายตัว
    • หลักฐานการแจ้งความคนหาย (หากมี)
    • หนังสือรับรองหรือพยานบุคคล
    • เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง
    • พยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี

 

ขั้นตอนการฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญ

1. ตรวจสอบคุณสมบัติของคดี พิจารณาว่าการหายตัวเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่ และครบกำหนดระยะเวลาหรือยัง

2. รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมเอกสารและพยานที่แสดงว่าบุคคลดังกล่าวหายไปจริง และไม่มีข่าวคราว

3. ยื่นคำร้องต่อศาล ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบต่อศาลที่มีเขตอำนาจ

4. ศาลพิจารณาและไต่สวน ศาลจะตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาพยานหลักฐาน และอาจกำหนดให้มีการประกาศหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อนมีคำสั่ง

5. ศาลมีคำสั่ง หากศาลเห็นว่าครบองค์ประกอบตามกฎหมาย ก็อาจมีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นบุคคลสาบสูญ

ผลทางกฎหมายเมื่อศาลมีคำสั่ง

เมื่อศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ อาจก่อให้เกิดผลทางกฎหมายหลายประการ เช่น

    • การเปิดมรดก
    • การจัดการทรัพย์สิน
    • สิทธิของทายาท
    • สิทธิของคู่สมรส
    • การดำเนินการทางทะเบียนบางประเภท
    • การจัดการสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผลทางกฎหมายในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงและบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับ

 

หากผู้สาบสูญกลับมา จะเกิดอะไรขึ้น?

หากภายหลังมีหลักฐานว่าผู้ที่ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญยังมีชีวิตอยู่ หรือกลับมาปรากฏตัว ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งเดิมได้

อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนคำสั่งอาจส่งผลต่อสิทธิในทรัพย์สิน มรดก หรือการดำเนินการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายในแต่ละกรณี

 

ศาลพิจารณาจากอะไร?

ศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมด เช่น

    • ระยะเวลาการหายตัว
    • พฤติการณ์การสูญหาย
    • หลักฐานการติดตามค้นหา
    • คำให้การของพยาน
    • เอกสารราชการ
    • หลักฐานการแจ้งความ
    • ข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้อง

ศาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนมีคำสั่ง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิทธิของหลายฝ่าย


💡 สรุปการฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญ

การฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน มรดก และสิทธิทางกฎหมายอื่น ๆ ได้เมื่อบุคคลหนึ่งหายไปเป็นเวลานานและไม่มีข่าวคราว การเตรียมพยานหลักฐานที่ครบถ้วนและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะช่วยให้การพิจารณาของศาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังประสบปัญหากรณีบุคคลสูญหาย และไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การเตรียมคำร้องและเอกสารเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาด และช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น

ปรึกษาปัญหาทางกฎหมายติดต่อเราได้ที่
📞 โทร : 062-652-4259 (ทนาย ดร.นิ้ง)
📱 LINE ID : @disavorabuthlaw
📩 สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

เกี่ยวกับเรา

ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา

ที่อยู่

247/68 หมู่บ้านสัมมากร ซอย25/8 รามคำแหง112 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์โทรศัพท์

062-652-4259

E-mail

disavorabuth@gmail.com

สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง

©2026 Dr.Disavorabuth Law Office. All Rights Reserved.
การฟ้องให้เป็นบุคคลสาบสูญ | ขั้นตอน เงื่อนไข เอกสาร และผลทางกฎหมาย