NDA หรือ Non-Disclosure Agreement คือข้อตกลงที่กำหนดหน้าที่ของคู่สัญญาเกี่ยวกับการรักษาความลับและการใช้ข้อมูลที่ได้รับจากอีกฝ่าย
ในทางธุรกิจ NDA มักถูกนำมาใช้เมื่อบริษัทหรือเจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่มีความสำคัญให้กับบุคคลอื่น เช่น พนักงาน Freelancer ที่ปรึกษา คู่ค้า Partner นักลงทุน หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการเจรจาทางธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น บริษัทกำลังพัฒนาสินค้าใหม่ และจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสูตร กระบวนการผลิต ต้นทุน แผนการตลาด หรือข้อมูลทางธุรกิจให้บุคคลภายนอกทราบ
แทนที่จะอาศัยเพียงความเข้าใจว่า “ข้อมูลนี้เป็นความลับ” ธุรกิจสามารถกำหนดขอบเขตและหน้าที่ในการรักษาความลับไว้ใน NDA ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อมูลจำนวนมากสามารถเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าของธุรกิจได้
ไม่ว่าจะเป็น
หากข้อมูลเหล่านี้ถูกเปิดเผยหรือถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ธุรกิจอาจได้รับความเสียหายทั้งด้านการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และความสัมพันธ์กับคู่ค้า
ดังนั้น NDA จึงมีบทบาทสำคัญในการ กำหนดกติกาก่อนที่ข้อมูลสำคัญจะถูกส่งต่อ
1. ช่วยกำหนดว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลลับ
NDA สามารถกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่คู่สัญญาตกลงให้ถือเป็นความลับได้ การกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนช่วยลดปัญหาการตีความในภายหลังว่า “ข้อมูลอะไรที่อยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับ”
2. กำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
ผู้รับข้อมูลอาจได้รับข้อมูลเพราะต้องนำไปใช้เพื่อทำโครงการหรือให้บริการบางอย่าง NDA สามารถกำหนดกรอบการใช้ข้อมูลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตกลงกัน
3. กำหนดข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล
สามารถกำหนดได้ว่าผู้รับข้อมูลสามารถเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลอื่นได้หรือไม่ และในกรณีใด ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้รับข้อมูลต้องส่งต่อข้อมูลให้พนักงาน ผู้รับเหมาช่วง หรือที่ปรึกษา
4. กำหนดระยะเวลาการรักษาความลับ
ข้อมูลบางประเภทอาจต้องรักษาความลับตลอดระยะเวลาหนึ่ง แม้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจจะสิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้น NDA ควรกำหนดเรื่องระยะเวลาให้เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลและความสัมพันธ์ของคู่สัญญา
ก่อนนำ NDA มาใช้ ธุรกิจควรพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างน้อยดังนี้
1. คู่สัญญา
ระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลและใครเป็นผู้รับข้อมูล
2. คำนิยามของข้อมูลลับ
กำหนดว่าข้อมูลประเภทใดอยู่ภายใต้ NDA
3. วัตถุประสงค์ในการเปิดเผยข้อมูล
ระบุว่าผู้รับข้อมูลสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่ออะไร
4. หน้าที่ในการรักษาความลับ
กำหนดวิธีการเก็บรักษาและข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล
5. ข้อยกเว้น
ควรพิจารณาข้อมูลที่ไม่ควรอยู่ภายใต้ข้อกำหนด เช่น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะอยู่แล้ว หรือข้อมูลที่ผู้รับมีอยู่โดยชอบก่อนการเปิดเผย
6. ระยะเวลาของ NDA
กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมูล
7. การคืนหรือทำลายข้อมูล
กำหนดว่าหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ผู้รับข้อมูลต้องคืนหรือลบข้อมูลอย่างไร
8. ผลของการฝ่าฝืน
กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาเมื่อเกิดการละเมิดข้อตกลง
ไม่เหมือนกัน
NDA เป็น ข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา ที่กำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความลับ
ส่วน “ความลับทางการค้า” เป็นแนวคิดที่ได้รับการคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองความลับทางการค้าโดยเฉพาะ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2558
าใจว่าเป็นการทำให้ข้อมูลทุกชนิดกลายเป็น “ความลับทางการค้า” โดยอัตโนมัติ
ลักษณะของข้อมูลและการดำเนินการเพื่อรักษาความลับยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
NDA ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่
ธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการก็อาจมีความจำเป็นต้องใช้ NDA เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้กับ
สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง “มี NDA หรือไม่มี NDA” แต่คือ เนื้อหาของ NDA ต้องเหมาะสมกับข้อมูล ความสัมพันธ์ และความเสี่ยงของธุรกิจ
NDA เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้ธุรกิจกำหนดกรอบในการรับ ส่ง ใช้ และรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลภายนอก
ก่อนส่งข้อมูลสำคัญให้ใคร ลองถามตัวเองว่า
“ข้อมูลนี้มีมูลค่ากับธุรกิจมากแค่ไหน?”
และ
“เราได้กำหนดหน้าที่ของคนที่ได้รับข้อมูลไว้อย่างชัดเจนแล้วหรือยัง?”
เพราะการป้องกันข้อมูลที่สำคัญ ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดปัญหา
ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา
ด้วยประสบการณ์ด้านกฎหมายที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เราคือผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจได้ในทุกปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ครอบคลุมสัญญาต่างๆ การฟ้องร้อง และการดำเนินคดี หรือกฎหมายแรงงาน ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณหลีกเลี่ยงข้อพิพาท นอกจากนี้ เรายังเชี่ยวชาญใน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นๆ นอกจากนี้ เรายังให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายและบริการจดทะเบียนที่ครอบคลุมครบวงจรทั้งในกรุงเทพฯ และนครราชสีมา
สำนักงานกฎหมาย ดร.ดิศวรบุตร เป็นผู้ให้บริการด้านกฎหมายที่ปรึกษาเอกชน มิใช่หน่วยงานของรัฐบาล และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารราชการโดยตรง